"ยาโนะซัง คุณชอบเด็กๆไหม?"
"ผมว่าพวกเขาน่าสงสาร"
"น่าสงสาร? ไม่ใช่น่ารักหรอกเหรอ? "
"ผมคิดว่าเด็กๆในทุกวันนี้ น่าสงสารที่เกิดมาในทุกวันนี้...

ก็เล่นมีทั้งละครตบจูบหลัง สองทุ่มครึ่ง มองหน้าก็จ้องจะขึ้นเตียงกันท่าเดียว
หนำซ้ำไม่พอ มีทั้งเหล้า ทั้งบุหรี่ และยังเซ็นเซอร์ให้รู้ว่าเวลาจะสูบจะดื่มมันเบลอๆ มึนๆอีก!

โอย.. ผู้ใหญ่มีลูกสาวก็อยากให้จับผู้ชายรวยๆ ไม่ผู้หญิงก็มองแต่ผู้ชายหน้าตาดี
แย่งกับผู้ชายคนเดียว พ่อพระ แม่พระ อดทนกับสิ่งที่มันไม่น่าอดทน.. ตูจะบ้า!!

และพอพระนางแสดงเก่ง แต่ไม่หล่อไม่สวย
ไอ่พวกบนเน็ตก็ดันแสดงความเห็นบ่นอีก ไหง หล่อ/สวยกันได้แค่นี้ฟระ??!!
"

พอๆ จบเห่พอดี ตอบแบบนี้
แค่ประโยคท่อนตัวหนาเท่านั้นละครับ ที่มันช่างโดนใจ
ก็เอามาจากซีรีย์ญี่ปุ่นเรื่องนึง ด้านล่างนี่ล่ะครับ อ่านต่อกันได้เลย

 -----

Uta no Onii-san พี่ชายแห่งเสียงเพลง
ฉากหลังรายการเด็ก [ญี่ปุ่น]

Uta no Onii-san พี่ชายแห่งเสียงเพลง

"ดูแค่คั่นเวลาไม่ได้จริงๆ" เสียงพึมพำๆ ของผมเมื่อวานเย็นนี้ เป็นซีรีย์ที่สนุกในแบบที่พาเราเดินไปกับเนื้อเรื่องของรายการเด็ก 'เคนตะ' เป็นนักร้องวง Rock และวันนึงก็ถูกประกาศยุบวงโดยที่เจ้าตัวยัง งง อะไร(วะ)เนี่ย! ทำให้เขาต้องหางานทันที เพราะคำปรารภของพ่อเขาที่อุตส่าห์ส่งเสียเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ 4 ปีแต่กลับมาทำอะไรที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนมหาวิทยาลัยเลย

เคนตะ ที่อยู่ๆก็เข้าไปสัมภาษณ์งานที่บริษัททีวีและดันเข้าสัมภาษณ์เป็นนักแสดงซะงั้น และไม่พอที่เขาเข้าไปสมัครน่ะ คือ รายการเด็ก ไปเป็นพี่ชายแห่งเสียงเพลง!

เนื้อเรื่องคร่าวๆ ด้านบนก็คือช่วงต้นเรื่องครับ

 -----

สิ่งที่ผมอยากพูดถึงไม่ใช่เนื้อเรื่องหรอกครับ
แต่ประเด็นของหนังที่พาเราชมจนเพลิน คือ รายการเด็กเรตติ้งตก ไม่มีคนดู?
และเรตติ้งทีวีก็บอกแล้วว่า มันขายไม่ได้

หนังเรื่องนี้้ถ้าดูไปก็ตลกดีเหมือนกันครับ แต่เป็นตลกร้ายในสังคม
เราเรียกร้องอยากให้เด็กที่เป็นอนาคตของชาติได้ดี แต่อนาคตของชาติกลับไม่ใช่เป้าหมายทางธุรกิจ
-- ก็กลายเป็นอีกตลกร้าย เด็กก็ถูกมองเป็นเป้าหมายทางการตลาดไปโดยปริยาย
และเด็กก็ดันถูกมองว่า ไม่จำเป็นต้องดูอะไรบนทีวี (นอกจากการ์ตูน?)

เมื่อเรามองไปบนสังคมไทย
หลังจากนั้นเราลองเปรียบกับหนังเชิงวิพากย์สังคมแบบนี้

หนังเรื่องนี้ก็กำลังสอนอะไรบางอย่างอีกข้อนึง สำหรับผมน่ะครับ
เมื่อคุณอยากได้อะไร คุณอยากทำ ทำเลย อย่าไปหวังให้คนอื่นมาช่วย มันจะไม่มีทางได้เริ่มต้น

ขอขอบคุณ

  • http://forums2.popcornfor2.com/index.php?showtopic=66
    • รูปภาพประกอบที่ได้นำมาทำใหม่
    • เนื้อเรื่องย่อ+รายละเอียดอื่นๆ อ่านได้จากเว็บนี้เลยครับ
  • ปรากฎว่า ผมลองไปค้นบน google ดูก็พบว่า มีคนเขียนถึงเรื่องนี้เยอะพอสมควร ลองไปหาอ่านกันดูได้ครับ

edit @ 4 Oct 2009 17:07:40 by นน

edit @ 4 Oct 2009 17:08:38 by นน

รักด้วยใจ, สมอง และสติ

posted on 15 Jan 2009 01:55 by nontone  in romance

เมื่อเรามีโอกาสเลือก
เลือกที่จะมีความรักในชีวิต
บางคนให้นิยามมากมาย
และเลือกไปตามหัวใจ..

ขอยกท่อนนี้มาแล้วกัน ติดใจไม่น้อย

"ใช้ใจเมื่อเรารักใครสักคนโดยไม่รู้เหตุผล
รักด้วยสมองเมื่อเราคบกันไป เรียนรู้ ทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน
และมีสติเมื่อสุดท้ายไปกันไม่ได้ และเข้าใจ.."

และนั่นก็เสียงดีเจผ่านลำโพงเก่าๆ
จากคลื่นวิทยุที่เปิดทุกวัน โดยไม่รู้ว่าคลื่นอะไร..

ผมชอบนะ
และรู้สึกเป็นการไม่ต้องนิยามในรัก
เพราะสุดท้ายรักก็คือความรู้สึกของใครคนนั้นนั่นละ
แต่เมื่อรักกันไป สักวันนึงความรู้สึกนั้นยังพอให้สดใสตลอดไปมั้ย

ผมไม่รู้..

เมื่อใดที่เจอคนใหม่ก็ใช้ใจที่จะรักอีกครั้ง แล้วก็ลืมคนเก่า
สมองก็ต้องทำงานหนักอีกทีเมื่อคบกันไป
และก็เจอคนใหม่ใช้ใจอีก

มันก็ไม่จบ ไม่สิ้นวนซ้ำกันไป

สุดท้าย
คนที่เลือกจะรักก็ต้องตัดสินใจ
ยังไงก็ชอบจริงๆกับคำสามคำนี้ :)

โปรดใช้ใจ, สมอง และสติ นะครับ

สวัสดีครับ

posted on 11 Dec 2008 15:10 by nontone

ชื่อ นนทน์ ครับ
เรียกสั้นๆว่า นน ก็เข้าใจกันได้ว่าเรียกผม

ยังมีชื่อเล่นอีกครับ..
โตน ที่มาจากน้ำตกโตนงาช้าง

ไม่น่าเชื่อนะครับ
ว่าชื่อที่ตอนเด็กผมไม่คิดว่ามันจะเป็นตัวตนของผมในอนาคต
และคิดว่ามันช่างห่างไกลจากความจริงเสียนี่.. ดันเข้าใกล้จนจริง

นนทน์ = ความสนุก ร่าเริง สนุกสนาน (เขียนแบบสันสกฤต)
โตน = น้ำตก นั่นละครับ (=แปลเอง: เย็นๆดุจดั่งสายน้ำ )

/1/

ก็เคยเขียนบล็อกนะครับ
ตอนนั้นเคยเขียนเกี่ยวกับเกมส์ที่ผมชอบเล่นบ่อยๆ
แต่สุดท้ายก็ปิดไป และเว็บบล็อคนั้นก็ปิดไป.. เช่นกัน

เคยอยากมาเขียนใน exteen
แต่ผมก็รู้สึกสังคมในนี้มันอบอุ่นเกินไป
จะว่าไปมันก็สนิทกันมาก จนบางทีผมรู้สึกไม่อยากมีตัวตน
แค่อยากอ่านและนำเสนอความเห็น

วันนี้เขียนบล็อคด้วยเหตุผลง่ายๆ
อยากเ็ก็บสิ่งที่ชอบและน่าสนใจ (แน่นอนสำหรับผม)
ก็็หวังว่าจะเขียนได้บ่อยๆนะ

สวัสดีครับ